10 เรื่องน่ารู้ของ “สิงห์หนุ่ม” ผู้พิชิต “เสือใต้”


10 เรื่องน่ารู้ของ “สิงห์หนุ่ม” ผู้พิชิต “เสือใต้”
10 เรื่องน่ารู้ของ “สิงห์หนุ่ม” ผู้พิชิต “เสือใต้”
เช่นเดียวกับ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค ทีม “สิงห์หนุ่ม” โบรุสเซีย เมินเชนกลัดบัคต้องใช้เวลาไม่น้อยเลยกว่าจะก้าวขึ้นมาผงาดบนเวทีลีกสูงสุดในเยอรมนีได้ ก่อนจะสร้างชื่อจนกลายเป็นหนึ่งในสโมสรฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เยอรมัน นับเป็นการใช้เวลาที่คุ้มค่ากับที่เสียไปอย่างมาก

    ถึงแม้การคว้าแชมป์ครั้งล่าสุดของพลพรรคสิงห์หนุ่มนั้นต้องมองย้อนกลับไปกว่า 40 ปี แต่หากมองในเรื่องขนบประเพณีอันยิ่งใหญ่งดงามของทีมแล้ว คงมีไม่กี่สโมสรเท่านั้นที่จะเลื่องชื่อไปกว่ากลัดบัค และนี่ทำให้พวกเขากลายเป็นหนึ่งในสโมสรที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก จากผลงานสุดยอดในเกมบุนเดสลีกานัดที่ 7 เมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ที่พลพรรคสิงห์หนุ่มบุกไปขย้ำบาเยิร์น 0-3 ประตูได้ถึงถิ่นอัลลิอันซ์ อารีน่า ทะยานขึ้นมาอยู่บนหัวตารางได้สำเร็จ โอกาสนี้จึงเป็นช่วงเวลาอันดีที่เราจะมาทำความรู้จักกับสโมสรโบรุสเซีย เมินเชนกลัดบัคให้มากขึ้นกันหน่อยดีกว่า

1. ก่อตั้งขึ้นในวงเบียร์

10 เรื่องน่ารู้ของ “สิงห์หนุ่ม” ผู้พิชิต “เสือใต้”

    

    เรื่องนี้อาจฟังดูไม่ใช่เรื่องแปลกในเยอรมนี แต่สโมสรโบรุสเซีย เมินเชนกลัดบัค ถือกำเนิดมาจากวงเบียร์ในผับแห่งหนึ่งจริงๆ โดยกลุ่มผู้ก่อตั้งเป็นเหล่านักฟุตบอลที่นัดพบเสวนากัน ก่อนจะก่อตั้งสโมสรฟุตบอล “เอฟเซ โบรุสเซีย” ขึ้นในวันที่ 17 พฤศจิกายน 1899 จากนั้น 1 ปีพวกเขาก็ตัดสินใจลงทะเบียนสโมสรกับลีกอย่างเป็นทางการด้วยชื่อ “โบรุสเซีย 1900” และอีก 10 ปีต่อมาจึงเปลี่ยนเป็นชื่อ “โบรุสเซีย 1900 เอ็ม กลัดบัค” (Borussia 1900 M. Gladbach) ถือเป็นสโมสรฟุตบอลแห่งที่ 30 ในแคว้นเวสต์ฟาเลิน

2. Mönchen (นักบวช) หรือ München (มิวนิค) 

10 เรื่องน่ารู้ของ “สิงห์หนุ่ม” ผู้พิชิต “เสือใต้”

    กลัดบัคและบาเยิร์นนั้นถือเป็นทีมคู่ปรับที่ใหญ่ที่สุดคู่หนึ่งในวงการฟุตบอลเยอรมัน แต่รู้ไหมว่าสองทีมนี้เคยใช้ชื่อเมืองชื่อเดียวกันมาจนถึงปี ค.ศ. 1950 จริงๆ แล้วเมินเชนกลัดบัคนั้นเคยมีชื่อว่ามึนเชนกลัดบัค (München Gladbach) คือใช้คำว่ามึนเชนในภาษาเยอรมันเหมือนทีมบาเยิร์น มิวนิค แต่จะย่อเป็น “เอ็ม กลัดบัค” แต่พอนานเข้าคนก็เริ่มสับสนในชื่อของสองทีมนี้ จึงมีการตัดสินใจเปลี่ยนชื่อทีมเป็น “เมินเชนกลัดบัค” (Mönchengladbach) ในวันที่ 20 ธันวาคม 1950 ซึ่งคำว่า Mönchen ในภาษาเยอรมันนั้นหมายถึงนักบวช ซึ่งก็คือนักบวชที่เข้ามาตั้งรกรากเมื่อปี 974 นั่นเอง

3. สิงห์หนุ่มที่เติบใหญ่จากก้อนกรวด

10 เรื่องน่ารู้ของ “สิงห์หนุ่ม” ผู้พิชิต “เสือใต้”

    
 

   ทีมกลัดบัคนั้นเรียกได้ว่าเติบโตมากจากสนามก้อนกรวดก็คงไม่ผิด ในเดือนมีนาคมปี 1914 พวกเขาซื้อที่ดินผืนหนึ่งในท้องถิ่นมาสร้างเป็นสนามเหย้าและค่อยๆ พัฒนาต่อเติมขึ้นมา แม้จะมีช่วงที่ติดๆ ขัดๆ บ้างจากผลพวงของสงครามโลกครั้งที่ 1 แต่สุดท้ายแล้วสนาม “เวสต์ดอยท์เชส ชตาดิโอน” ก็สร้างเสร็จในปี 1919 จากนั้นก็มีการเปลี่ยนชื่อเป็น “เบอเคิลแบร์กชตาอิโอน” ซึ่งมาจากชื่อของถนนเบอเคิล “Bökelstraße” สนามแห่งนี้ถูกใช้เป็นรังเหย้าของทีมสิงห์หนุ่มจนกระทั่งย้ายไปใช้สนาม “โบรุสเซียพาร์ค” ในปี 2005

4. สิงห์หนุ่ม?

10 เรื่องน่ารู้ของ “สิงห์หนุ่ม” ผู้พิชิต “เสือใต้”

 

    รู้ไหมว่าจริงๆ แล้วฉายาของกลัดบัคในประเทศเยอรมนีนั้นไม่ใช่ “สิงห์หนุ่ม” แต่เป็น “ม้าหนุ่ม” ต่างหาก แต่ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่สิงห์หรือม้าหรอกนะ แต่อยู่ที่ผู้เล่นของทีมในยุคก่อนๆ ที่มักจะอุดมไปด้วยนักเตะอายุน้อยเป็นกำลังสำคัญของทีม รวมถึงตำนานนักเตะอย่าง ยุปป์ ไฮน์เคส และ แบร์นด์ รุปป์ ในฤดูกาล 1964/65 จนสื่อท้องถิ่นขนานนามให้กับ 11 ขุนพลตัวจริงซึ่งมีอายุเฉลี่ยเพียง 21.5 ปีว่า 'Fohlenelf' หรือ ลูกม้า 11 ตัว ซึ่งท้ายที่สุดแล้วม้าหนุ่มเหล่านั้นก็พาสโมสรคว้าตั๋วขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุดของเยอรมนีได้สำเร็จในปี 1965 แต่เลื่อนชั้นขึ้นมาพร้อมกับทีมอะไรรู้ไหม? บาเยิร์นไงล่ะ…

5. ชื่อที่ต้องจดจำ

10 เรื่องน่ารู้ของ “สิงห์หนุ่ม” ผู้พิชิต “เสือใต้”

 

    แกร์ฮาร์ด เอลแฟร์ท อาจไม่ใช่นักเตะโด่งดังแห่งยุคนั้นเหมือนดาวดังอย่าง กึนเทอร์ เน็ทเซอร์ และ แบร์ตี้ โฟกส์ แต่มิดฟิลด์รายนี้คือผู้ยิงประตูแรกในประวัติศาสตร์บุนเดสลีกาให้กับกลัดบัคในนัดที่พบกับโบรุสเซีย นอยเอนเคียร์เชิน เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 1965 ซึ่งนั่นเป็น 1 ใน 8 ประตูที่เขายิงได้ตลอดอาชีพการค้าแข้ง แม้จะยิงได้น้อยสุดๆ แต่หนึ่งในนั้นกลับเป็นประตูที่ยิ่งใหญ่ เป็นสัญญาณสำคัญในการเริ่มต้นของกลัดบัคบนเวทีบุนเดสลีกา ซึ่งในฤดูกาลแรกพวกเขาสามารถจบซีซั่นด้วยอันดับที่ 13 บนตาราง

6. ยุคทองของกลัดบัค

10 เรื่องน่ารู้ของ “สิงห์หนุ่ม” ผู้พิชิต “เสือใต้”

    

    ยุคทองของพวกเขาอยู่ในช่วงเซเวนตี้ส์ โดยระหว่างปี ค.ศ. 1970 ถึง 1977 พวกเขาคว้าถาดแชมป์บุนเดสลีกาไปครองได้ถึง 5 สมัย และเป็นช่วงที่กลัดบัคและบาเยิร์นกลายเป็นทีมคู่ปรับที่ใหญ่ที่สุดในเยอรมนี กลัดบัคสามารถเอาชนะบาเยิร์นได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เมื่อฤดูกาล 1969/70 ซึ่งเป็นฤดูกาลที่พลพรรคสิงห์หนุ่มคว้าแชมป์บุนเดสลีกาด้วยคะแนนเหนือกว่าบาเยิร์นเพียง 4 แต้มเท่านั้น

7. เสาประตูเจ้าปัญหา

10 เรื่องน่ารู้ของ “สิงห์หนุ่ม” ผู้พิชิต “เสือใต้”

 

    ข้อเท็จจริงที่ว่าเสาโกล์ฟุตบอลทุกวันนี้ผลิตจากอลูมิเนียมแทนที่จะใช้ไม้อย่างสมัยก่อน เป็นเพราะทีมกลัดบัคนี่แหละ เรื่องของเรื่องคือในเกมที่พวกเขาลงฟาดแข้งในศึกบุนเดสลีกากับเบรเมนเมื่อ 3 เมษายน 1971 ขณะที่สกอร์เสมอกันอยู่ 1-1 สถานการณ์ตอนนั้นกลัดบัคต้องพยายามคว้าชัยในนัดนี้ให้ได้เพื่อทำแต้มหนีบาเยิร์น คู่ปรับสำคัญที่กำลังขับเคี่ยวลุ้นแชมป์ลีก แต่ในจังหวะที่แฮร์แบร์ท เลาเมน นายด่านของทีมสิงห์หนุ่มพยายามเซฟลูกฟรีคิก จอมหนึบรายนี้เกิดพุ่งเข้าไปติดอยู่กับตาข่ายประตูและพยายามสลัดตัวออกมา แต่สงสัยคงดิ้นแรงไปหน่อยจนเสาประตูฝั่งซ้ายล้มพังลงมา จนผู้ตัดสินต้องสั่งยกเลิกการแข่งขัน ต่อมาภายหลังจึงมีการประกาศว่าจะไม่มีการแข่งขันใหม่ และให้เบรเมนเป็นฝ่ายชนะในนัดนั้น ซึ่งทุกวันนี้ชิ้นส่วนเสาประตูต้นนั้นยังมีให้ชมในพิพิธภัณฑ์ของสโมสรกลัดบัคอยู่

8. ยังอีก ยังไม่หมด

10 เรื่องน่ารู้ของ “สิงห์หนุ่ม” ผู้พิชิต “เสือใต้”

 

    ไม่เพียงแค่เรื่องเสาประตูเท่านั้นที่กลัดบัคเป็นต้นเหตุให้มีการเปลี่ยนกฎไปทั่วโลก แต่พลพรรคสิงห์หนุ่มยังเป็นต้นเหตุให้มีกฎห้ามนำเครื่องดื่มกระป๋องเข้ามาในสนามอีกด้วย เรื่องเกิดขึ้นที่สนามเบอเคิลแบร์กชตาดิโอน หลังกลัดบัคเปิดรังถลุงอินเตอร์ มิลาน ทีมแกร่งจากอิตาลีไปได้ 7-1 ในศึกยูโรเปียนคัพ แต่สุดท้ายกลับถูกตัดสินให้แข่งขันกันใหม่ เนื่องจากมีผู้เล่นอินเตอร์คนหนึ่งถูกแฟนบอลกลัดบัคปาด้วยกระป๋องเครื่องดื่ม ในนัดแข่งใหม่แบบเหย้า-เยือนกลัดบัคทำได้เพียงเสมอกับทีมเยือนไปอย่างไร้สกอร์ ตามด้วยความพ่ายแพ่ 4-2 ประตูที่มิลาน และก็เช่นเดียวกับเสาประตูในตำนาน ปัจจุบันกระป๋องเจ้ากรรมในตำนานก็ถูกนำไปตั้งโชว์อยู่ในพิพิธภัณฑ์ของสโมสรกลัดบัคด้วยเช่นกัน

9. They'll never walk alone

10 เรื่องน่ารู้ของ “สิงห์หนุ่ม” ผู้พิชิต “เสือใต้”

 

   ในช่วงยุคเซเวนตี้ส์ กลัดบัคกับลิเวอร์พูลมีอันต้องโคจรมาดวลแข้งกันบ่อยครั้งในศึกฟุตบอลสโมสรยุโรป แต่แทนที่ทั้งสองทีมจะกลายเป็นคู่ปรับกัน กลับกลายเป็นทีมคู่ซี้มีมิตรภาพที่ดีต่อกันอย่างน่าชมเชย โดยในปี 2010 ซึ่งเป็นโอกาสครบรอบ 110 ปีการก่อตั้งสโมสรโบรุสเซีย เมินเชนกลัดบัค ทีมหงส์แดงก็เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้เหล่าสิงห์หนุ่มบินมาแข่งขันฟุตบอลนัดกระชับมิตรถึงถิ่นแอนฟิลด์ ส่วนกลัดบัคเองก็นำเพลง 'You'll Never Walk Alone' เพลงประจำสโมสรอันโด่งดังของทีมหงส์แดงมาไว้ในลิสต์เพลงเปิดในสนามเมื่อกลัดบัคลงแข่งในบ้าน

    แต่เรื่องราวแบบนี้จะไม่มีวันเกิดขึ้นระหว่างกลัดบัคกับโคโลญจน์อย่างแน่นอน เพราะทั้งสองทีมนี้เป็นคู่ปรับตัวฉกาจของกันและกัน โดยที่ศึกดาร์บี้แม่น้ำไรน์นั้นถือเป็นศึกหนึ่งที่ดุเดือดที่สุดในเยอรมนีเลยทีเดียว

10. ทีมจากเยอรมัน

10 เรื่องน่ารู้ของ “สิงห์หนุ่ม” ผู้พิชิต “เสือใต้”

    สำหรับชาวต่างชาติแล้วคงไม่ใช่เรื่องง่ายนักที่จะเขียนชื่อทีมโบรุสเซีย เมินเชนกลัดบัค อย่างที่ผับแห่งหนึ่งในประเทศสกอตแลนด์เคยพยายามเขียนชื่อของกลัดบัคบนกระดานดำที่ตั้งไว้หน้าร้านเพื่อเรียกแขกก่อนเกมที่ทีมสิงห์หนุ่มดวลแข้งกับเซลติกในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ปี 2016 แต่กลับเขียนชื่อทีมสิงห์หนุ่มว่า “ทีมจากเยอรมัน” จนทีมโซเชียลมีเดียของกลัดบัคถึงกับเอาไปโพสต์ผ่านทวิตเตอร์ให้แฟนบอลดู

อีกหนึ่งช่องทางในการติดตามข่าวสาร
Add friend ที่ @Siamsport

เพิ่มเพื่อน



Author : admin

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

แสดงความคิดเห็น